วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การรวมรายการของรหัสลูกค้า 2 รหัส ให้เป็นรหัสเดียว

การรวมรายการของรหัสลูกค้า 2 รหัส ให้เป็นรหัสเดียว

บทความนี้จะเป็นการแนะนำวิธีการรวมรหัสลูกค้า ในกรณีที่บริษัทอาจจะมีการตั้งรหัสลูกค้าซ้ำซ้อนกัน เช่น ลูกค้า 1 ราย แต่อาจจะมีการตั้งรหัสไว้มากกว่า 1 รหัส และมีการนำรหัสทั้งหมดไปเดินรายการแล้ว พอตรวจสอบเจอความซ้ำซ้อนดังกล่าว ก็อยากจะยุบรหัสทั้งหมดให้เหลือแค่รหัสเดียว และเอารายการที่เคยทำไว้ของทุกรหัสมารวมกันด้วย
ทางเรามีวิธีการรวมรหัสมาแนะนำให้  โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องลบข้อมูลทิ้ง หรือ คีย์ข้อมูลเดิมเข้าไปให้ 
ตัวอย่าง  มีลูกค้าชื่อว่า บริษัท สบายใจ จำกัด  ทางบริษัทได้ทำการตั้งรหัสลูกค้าไว้ 2 รหัส คือ สบายใจ และ ส001 พอตรวจสอบเจอข้อผิดพลาดจึงต้องการยุบให้เหลือแค่รหัสเดียว คือ สบายใจ มาดูวิธีการกันนะคับ   

ขั้นตอนแรก   ไปที่เมนูขาย => ข้อ 6 รายละเอียดลูกค้า  ให้ค้นหารหัสลูกค้าที่ต้องการจะเก็บไว้  คือ  สบายใจ ให้จดรหัสและยอดต้นปี (ด้านล่าง) เก็บไว้ก่อน  จากนั้นทำการลบรหัสนี้ทิ้ง
Image

ขั้นตอนที่สอง  ให้ค้นหารหัส ที่ต้องการจะยุบคือ  ส001  แล้วให้คลิกที่คำสั่งเปลี่ยนรหัส  (คำสั่งสุดท้ายของ Tool bar)   จะปรากฎหน้าจอให้ใส่รหัสที่ต้องการเปลี่ยน  ก็ให้ป้อนรหัส  สบายใจ  เข้าไป จากนั้นคลิกตกลง  
Image
 
Image 
โปรแกรมจะทำการเปลี่ยนรหัสลูกค้าจาก  ส001  ในหน้าเอกสารต่าง ๆ ที่อ้างถึงรหัสดังกล่าวให้เป็น สบายใจ  ทั้งหมด   จากนั้นให้ทำการคำนวณยอดลูกหนี้ใหม่ที่เมนูขาย => ข้อ B คำนวณยอดลูกหนี้ให้  เมื่อคำนวณเสร็จแล้วก็ให้ไปทำการตรวจสอบยอดต้นปีที่หน้ารายละเอียดลูกค้าอีก ครั้งว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องก็ให้แก้ไขยอดแล้วกลับไปคำนวณยอดลูกหนี้อีกครั้งหนึ่ง เท่านี้รหัสลูกหนี้ของเราก็จะเหลือแค่ สบายใจ ตามที่เราต้องการแล้วครับ

ปล. สำหรับระบบแลนเครื่องอื่น ๆ ที่ใช้งานในบริษัททีต้องการจะรวมรหัสลูกค้า ต้องออกจากโปรแกรมก่อนนะครับ 
และสามารถนำวีธีการเดียวกันนี้ไปใช้กับการรวมรหัสของฐานข้อมูลตัวอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น เจ้าหนี้ สินค้า

** ข้อควรระวัง : ในการรวมรหัสนี้ขอให้ตรวจสอบในเรื่องของยอดยกมาและจดบันทึกไว้ก่อนที่จะทำการรวมรหัส และเพื่อความปลอดภัยแนะนำให้สำรองข้อมูลเก็บไว้ก่อนที่จะทำการรวมรหัส ครับ

วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดย คณะเทคโนโลยีการเกษตร จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร "การเพาะเห็ดถั่งเช่า" (รุ่นที่ 12)


มรภ.เชียงใหม่ จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร "การเพาะเห็ดถั่งเช่า" (รุ่นที่ 12)

โดย เคหการเกษตร
Capture
           
            การอบรมเชิงปฏิบัติการ การเพาะเห็ดถั่งเช่า รุ่นที่ 12  วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม 2556จัดโดย คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ (ผศ.ดร.ธัญญา ทะพิงค์แก) ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง เน้นวิชาการความรู้ทั้งทางด้านทฤษฎีและปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญและประสบความสำเร็จจากการเพาะเห็ดถั่งเช่าโดยใช้กรรมวิธีแบบง่าย กิจกรรมการฝึกปฏิบัติประกอบด้วย การเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อเห็ด การเพาะเห็ดถั่งเช่าโดยใช้กรรมวิธีที่คิดค้นโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัญญา ทะพิงค์แก ซึ่งสามารถนำไปเพาะเลี้ยงเห็ดเศรษฐกิจอื่น ๆ ได้ ผู้สนใจขอทราบรายละเอียดและสมัครเข้ารับการฝึกอบรมได้ที่ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300

เกษตร มช.เจ๋ง! ทำสำเร็จเพาะ “ถั่งเช่า” บนดักแด้ไหม

เกษตร มช.เจ๋ง! ทำสำเร็จเพาะ “ถั่งเช่า” บนดักแด้ไหม
ดร.วรรณพร ทะพิงค์แก (ซ้าย) และ รศ.ดร.จิราพร กุลสาริน (ขวา) คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ศูนย์ข่าวเชียงใหม่
 - คณะเกษตรศาสตร์ มช.ทำสำเร็จเพาะ “ถั่งเช่า” บนดักแด้ไหม หลังร่วมมือกรมหม่อนไหม-ม.ราชภัฏเชียงใหม่ต่อยอดการวิจัย เผยก่อนหน้าลองใช้ข้าวเป็นฐานเพาะแล้วได้ผลจึงลองหันมาเพาะบนดักแด้ไหมบ้าง เบื้องต้นประสบความสำเร็จเพาะ “ถั่งเช่าหิมะ” ได้ผลดี เตรียมต่อยอดทดลองเพาะ “ถั่งเช่าสีทอง” ต่อ คาดอนาคตช่วยเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เหตุราคาขายเหยียบแสน

      
       รศ.ดร.จิราพร กุลสาริน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยถึงโครงการเพาะเลี้ยงถั่งเช่าของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในระหว่างการแถลงข่าวประจำปีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ ห้องประชุมพระยาศรีวิสารวาจา สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในวันนี้ (21 พ.ย.) ว่า ถั่งเช่า หรือหญ้าหนอนนั้นเป็นเชื้อรากินแมลงชนิดหนึ่งซึ่งมีฤทธิ์ทางยา และมีการนำมาใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ รวมทั้งเป็นอาหารเสริมสุขภาพ เนื่องจากพบว่ามีสรรพคุณในหลายๆ ด้าน
      
       เช่น การบำรุงร่างกาย บำรุงไต หัวใจ ปอด หลอดลม กล่องเสียง เสริมอายุวัฒนะ ป้องกันเบาหวาน ความดัน เสริมสมรรถภาพทางเพศ และรักษามะเร็ง เป็นต้น อีกทั้งยังมีการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเครื่องสำอาง ส่งผลให้ถั่งเช่าเป็นที่ต้องการของท้องตลาดอย่างมากในปัจจุบัน
      
       สำหรับโครงการเพาะเลี้ยงถั่งเช่าของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั้น ที่ผ่านมาได้มีการทดลองเพาะเลี้ยงถั่งเช่าใน 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ถั่งเช่าสีทอง และถั่งเช่าหิมะ โดยใช้ข้าวเป็นฐานในการเพาะเลี้ยง ซึ่งปรากฏว่าประสบความสำเร็จสามารถเพาะเลี้ยงถั่งเช่าให้เจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี จึงได้ดำเนินการต่อยอดการวิจัยดังกล่าว ด้วยการร่วมกับกรมหม่อนไหม และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ดำเนินงานวิจัยในโครงการศึกษาแนวทางการเพาะเลี้ยงเชื้อรา Isaria tenuips บนดักแด้ไหม (Bombyx mori) เพื่อผลิตเป็นถั่งเช่า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ดักแด้ไหม และสร้างแรงจูงใจให้แก่เกษตรกรในการประกอบอาชีพด้านหม่อนไหม เนื่องจากหากเพาะเลี้ยงดักแด้ไหมเพื่อขายตามปกติจะมีราคาอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 100 บาท แต่หากนำมาใช้ในการเพาะเลี้ยงถั่งเช่าจะได้ราคาที่สูงกว่าอีกหลายเท่า
      
       ด้าน ดร.วรรณพร ทะพิงค์แก คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ร่วมทำการวิจัยเรื่องการเพาะเลี้ยงถั่งเช่าเปิดเผยว่า แนวความคิดเรื่องการเพาะเลี้ยงถั่งเช่าบนดักแด้ไหมเกิดจากสภาพตามธรรมชาติของถั่งเช่าที่เจริญเติบโตบนตัวหนอนหรือแมลงอยู่แล้ว แต่การทดลองเพาะเลี้ยงที่ผ่านมาใช้วัสดุอื่นเป็นฐานในการเพาะเลี้ยง
      
       จนกระทั่งเมื่อสามารถเพาะเลี้ยงถั่งเช่าหิมะและถั่งเช่าสีทองได้สำเร็จ จึงได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการเพาะลี้ยงบนแมลงอีกทางหนึ่ง และจากความร่วมมือกับกรมหม่อนไหม จึงได้เลือกใช้ดักแด้ไหมมาเป็นวัสดุในการเพาะเลี้ยง และเลือกเพาะเลี้ยงถั่งเช่าหิมะก่อนเป็นชนิดแรก
      
       โดยกระบวนการเพาะเลี้ยงมีขั้นตอนคือ การนำดักแด้ไหมมาฉีดหรือจุ่มสารละลายที่มีหัวเชื้อราถั่งเช่าหิมะ ก่อนจะนำไปเก็บในห้องมืดที่อุณหภูมิ 20-25 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 25-30 วันเพื่อให้เส้นใยเจริญเติบโตเต็มที่ ซึ่งหลังจากทดลองมาอย่างต่อเนื่องโดยได้รับการสนับสนุนดักแด้ไหมจากกรมหม่อนไหม พบว่าปัจจุบันสามารถเพาะเลี้ยงถั่งเช่าหิมะบนดักแด้ไหมได้สำเร็จและให้ผลผลิตเป็นอย่างดี จึงเตรียมที่จะทดลองเพาะเลี้ยงถั่งเช่าสีทองบนดักแด้ไหมเป็นลำดับต่อไป เนื่องจากพบว่าการเพาะเลี้ยงถั่งเช่าบนดักแด้ไหมทำให้ถั่งเช่าที่มีสารสำคัญต่างๆ ในปริมาณมากกว่าถั่งเช่าที่ได้จากการใช้ข้าวเป็นฐานเพาะเลี้ยง
      
       ดร.วรรณพรกล่าวว่า นอกจากการทดลองเพาะเลี้ยงแล้ว คณะผู้วิจัยยังได้ทดลองเกี่ยวกับการแปรรูปถั่งเช่าที่ได้ในลักษณะต่างๆ เช่น นำมาทำเป็นยา สกัดสารเคมีมาใช้ในด้านเวชสำอาง หรือประยุกต์วิธีการบริโภคง่ายๆ อย่างการนำถั่งเช่าที่อบแห้งแล้วมาชงในรูปแบบของชา เป็นต้น ซึ่งหลังจากนี้จะมีการประสานไปยังหน่วยงานอื่นๆ เช่น คณะแพทยศาสตร์หรือคณะเภสัชศาสตร์ เพื่อศึกษาว่าจะสามารถนำถั่งเช่าที่ได้จากการเพาะเลี้ยง รวมถึงสารต่างๆ ที่สกัดได้จากถั่งเช่ามาใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง
      
       ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยที่สามารถเพาะเลี้ยงถั่งเช่าบนดักแด้ไหมได้ ขณะที่ในปัจจุบันราคาขายถั่งเช่าในท้องตลาดนั้น หากเป็นถั่งเช่าสีทองจะมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 60,000-100,000 บาท
      
       ส่วนถั่งเช่าหิมะมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 10,000 บาท ซึ่งจากการดำเนินการวิจัยพบว่า การผลิตถั่งเช่าแห้ง 1 กิโลกรัม จะต้องใช้ถั่งเช่าสดประมาณ 6-10 กิโลกรัม โดยถั่งเช่าสีทองนิยมนำไปใช้ในการรักษาและบำรุงสุขภาพ ส่วนถั่งเช่าหิมะนิยมนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอาง

ถั่งเฉ้าไหมไทย สมุนไพรทองคำ

วิโรจน์  แก้วเรือง
         “ถั่งเฉ้าไหมไทย” กระแสมาแรงแซงทางโค้ง โด่งดังตลอดเดือนสิงหาคม 2556 จนถึงปัจจุบัน กรมหม่อนไหมต้องรับบทหนัก ปรับกระบวนยุทธในการรับมือกับผู้บริโภค ที่สนใจสมุนไพรชนิดใหม่นี้มากยิ่งกว่าโสม เขากวางอ่อน ฯลฯ ด้วยสรรพคุณอันล้ำเลิศ เป็นสมุนไพรราคาแพงดุจทองคำ ด้วยเป็นทั้งยาอายุวัฒนะ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง บำรุงตับและไต ปรับสมดุลในร่างกาย แถมเพิ่มสมรรถภาพของร่างกายอีกด้วย จะเป็นจริงหรือไม่โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และติดตามข่าวสารช่องทางอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจว่าจะใช้ถั่งเฉ้าบำรุงร่างกายดีหรือไม่
ความเป็นมา
                ถั่งเฉ้า หรือ หญ้าหนอน ชาวทิเบตเรียกซูคาบุ ชาวจีนเรียกชูเช่าหรือตังถั่งเฉ้า ชาวทิเบตใช้เป็นยาสมุนไพรตำรับทิเบต แก้ไตบกพร่อง บำรุงกำลังในช่วงพักฟื้น กินวันละตัวเพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้มกินกับซุปไก่ ซุปเป็ด แต่ไม่ต้มนาน และไม่กินร่วมกับยาอื่น มีการใช้ถั่งเฉ้ากันมาอย่างยาวนาน
                                          www.plengpakjai.net.
           ทุกฤดูใบไม้ผลิ ฝนแรกในต้นเดือนพฤษภาคม ชาวทิเบตและชาวมณฑลยูนนานของจีน จะออกเดินทางขึ้นไปบนที่ราบสูงทิเบตบนเทือกเขาหิมาลัย เพื่อตามล่าหาเห็ดถั่งเฉ้าบนภูเขาที่ระดับความสูงกว่า 3,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล เช่นเดียวกับชาวเนปาลและชาวภูฏานก็ออกหาเห็ดถั่งเฉ้าธรรมชาติบนเทือกเขาหิมาลัยเช่นกัน แต่นักนิยมถั่งเฉ้าต่างยกนิ้วโป้งให้ถั่งเฉ้าทิเบตว่ามีสรรพคุณทางยามากที่สุด สร้างรายได้ให้ชาวทิเบตที่มีอาชีพเก็บเห็ดถั่งเฉ้ามากถึง 3 ใน 4 ของรายได้ทั้งปี ด้วยถั่งเฉ้ามีราคาแพง โดยมีกระบวนการค้าขายกันตั้งแต่ในพื้นที่เก็บถั่งเฉ้าสู่ตลาด 5 ขั้นตอน
 
ที่มา : anonbiotec.gratis-foros.com.       ที่มา : thairath.co.th
                1. คนเก็บถั่งเฉ้า ขอบอกมือใหม่อาจเก็บไม่ได้เลยแม้จะพยายามหาเป็นวันๆ ต้องใช้ความชำนาญและความอดทน โดยการคลานไปตามพื้น แหวกหาหญ้าหนอนที่สูงจากพื้นดินราว 2 เซนติเมตร ท่ามกลางหญ้าและพืชชนิดอื่นที่ขึ้นสูงกว่า จะหากันตั้งแต่ฟ้าสางจรดเย็น แล้วรวบรวมขายให้หัวหน้าค่าย
                2. หัวหน้าค่าย(ตาซือ) ผู้ดูแลกฎระเบียบการซื้อขายถั่งเฉ้าของรัฐบาลจีน ซึ่งอาจมีการซื้อขายผ่านตาซืออีกหลายมือ ราคาอาจสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว ภายใน 3 ชั่วโมง
                3. พ่อค้าขายส่ง ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมเมืองซีถัง นำถั่งเฉ้าที่รวบรวมได้ส่งร้านค้าในเมืองอีกทีหนึ่ง
                4. ร้านขายส่ง จะจำหน่ายถั่งเฉ้าแบบขายส่งให้ร้านค้าสมุนไพร
                5. ร้านค้าสมุนไพร จะจำหน่ายถั่งเฉ้าให้ผู้บริโภคโดยทั่วไป แต่ให้ระมัดระวังไม่ว่าท่านจะซื้อถั่งเฉ้าจากคุนหมิง ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะที่เฉินตู มีโอกาสเจอถั่งเฉ้าปลอมมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ของแท้ให้สังเกตตรงหัวหนอนจะเป็นมัน และขาหนอนธรรมชาติจะไม่เรียงตัวกันสวยงามเหมือนของปลอมที่ทำจากเครื่องจักร และยังมีหญ้าหนอนที่ชาวจีนเรียกว่า เหอผานดงเซียเช่า(Her Pan Dong Xia Cao) เหมือนหญ้าหนอนทิเบตมาก(Ophiocordyceps sinensis) แต่ไม่มีสรรพคุณทางยาเลย
                ตลาดเซ่อฝาน เป็นย่านการค้าสมุนไพรของฮ่องกง มีการค้าขายถั่งเฉ้ามากที่สุด ราคาตั้งแต่ 21,000-39,000 บาท ต่อถั่งเฉ้าน้ำหนักเพียง 30 กรัม ราคาขึ้นอยู่กับขนาดของตัวหญ้าหนอนด้วย และที่ตลาดแห่งนี้ยังมีการจำหน่ายถั่งเฉ้าสีทอง(Cordyceps militaris) บรรจุแคปซูลซึ่งมีราคาสูงถึง 15,000 บาทต่อ 50 กรัม
ทำไมผู้คนจึงเรียกหาแต่ถั่งเฉ้า
                ชาวทิเบตใช้เป็นยาสมุนไพรมาอย่างยาวนานดังได้กล่าวมาแล้ว แต่ก็ไม่ดังเปรี้ยงปร้าง กระทั่งในปี พ.ศ.2536 นักกรีฑาแชมป์โลกชาวจีนได้เผยเคล็ดลับการได้แชมป์โลก ว่าใช้ถั่งเฉ้าบำรุงกำลังตามคำแนะนำของผู้ฝึกสอน เท่านั้นแหละครับ ผู้คนทั่วโลกทั้งซีกตะวันตกและตะวันออก ต่างแสวงหาถั่งเฉ้าไว้ครอบครองอย่างน้อยขอให้ได้ลองซักครั้ง อย่างที่คนไทยตอนนี้ต่างตื่นเต้นที่เห็น นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหมในขณะนั้น ออกข่าวตามสื่อต่างๆ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ ตลอดเดือนสิงหาคม 2556 ว่าประสบความสำเร็จในการเพาะเห็ดถั่งเฉ้าไหมไทย จากการทำวิจัยร่วมกับ รศ.ดร.จิราพร กุลสาริน ดร.วรรณพร ทะพิงค์แก คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และดร.ธัญญา ทะพิงค์แก คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดยใช้เชื้อเห็ดถั่งเฉ้าหิมะ(Isaria tenuipes) เพาะบนดักแด้ไหมพันธุ์ไทยได้สำเร็จเป็นคณะแรกของประเทศไทย

              อ.วรรณพร ทะพิงค์แก (ซ้าย) อ.จิราพร กุลสาริน (กลาง) และ วิโรจน์ แก้วเรือง (ขวา)


      โดยก่อนหน้านี้ มีผู้นำเชื้อเห็ดถั่งเฉ้ามาศึกษาทั้งเชิงวิชาการและเชิงการค้าหลายราย แต่เป็นการเพาะบนอาหารชนิดอื่น เช่น ข้าว เท่าที่ทราบมี ดร.ธัญญา ทะพิงค์แก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่       ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ผู้เชี่ยวชาญเห็ด องค์การสหประชาชาติ ปี 2524-2548 จนกระทั่งสามารถเปิดฝึกอบรมการเพาะเห็ดถั่งเฉ้าไปหลายรุ่น และมีผลิตภัณฑ์ถั่งเฉ้าจำหน่ายแล้ว ถ้าสนใจก็ลองสอบถามข้อมูลกับผู้วิจัยทั้ง 2 แห่งนี้ได้ครับ
                สำหรับถั่งเฉ้าไหมไทย ยังไม่มีจำหน่าย รอการวิจัยอีกบางขั้นตอนและเตรียมความพร้อมในการฝึกอบรม ที่มีผู้สมัครเข้ามายังกรมหม่อนไหมทุกวัน คงต้องคอยกันอีกระยะหนึ่งครับ แล้วจะแจ้งให้ผู้ที่สมัครได้รับทราบอีกครั้ง
    
 ผลิตภัณฑ์ถั่งเฉ้าสีทองที่มีจำหน่ายในประเทศไทย 
ถั่งเช่าคืออะไร
                “ถั่งเฉ้า”(ถั่ง = หนอน, เฉ้า = หญ้า) หรือที่เรียกว่า “หญ้าหนอน” ก็เพราะว่าในฤดูหนาวเป็นหนอน ในฤดูร้อนเป็นหญ้า บนที่ราบสูงทิเบต ตัวหนอนของผีเสื้อค้างคาวหรือผีเสื้อกะโหลก(Hepialus armoricanus) จะเจริญเติบโตอยู่ใต้ผิวดินบนภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ โดยมีสปอร์ของเชื้อเห็ดรา(Ophiocordyceps sinensis) กระจายอยู่ทั่วไป เมื่อหิมะละลายสปอร์จะไหลไปกับน้ำและซึมลงใต้ผิวดิน เมื่อหนอนกินสปอร์ของเชื้อเห็ดชนิดนี้เข้าไป สปอร์ก็จะงอกเป็นเส้นใยเจริญเติบโตบนตัวหนอน เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึงอุณหภูมิสูงขึ้น เส้นใยรวมตัวหนาแน่นขึ้นก็จะแทงออกจากปากตัวหนอนที่ตายแล้วแข็งเป็นมัมมี่ ออกเป็นดอกเห็ดมีลักษณะเหมือนหญ้างอก โผล่เหนือพื้นดินเพราะต้องการแสง กลายเป็นขุมทองของชาวทิเบต เพราะอาจขายได้ถึงตัวละ 750 บาท
       หญ้าหนอน มีการค้นพบแล้วมากกว่า 300 ชนิด แต่มีไม่กี่ชนิดที่มีสารออกฤทธิ์หรือสารสำคัญ ซึ่งมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร ในเอเชียมีการค้นพบที่เขตปกครองพิเศษทิเบต จีน เนปาล ภูฏาน เกาหลี เวียดนามและไทย
 ถั่งเฉ้าที่มีชื่อเสียง มีอยู่ 4 ชนิด ได้แก่
  1. เห็ดถั่งเฉ้าทิเบต(Ophiocordyceps sinensis หรือชื่อเดิม cordyceps sinensis) 
  2. เห็ดถั่งเฉ้าสีทอง (Cordyceps militaris)
  3. เห็ดถั่งเฉ้าหิมะ(ถั่งเช่าเกาหลี) (Isaria tenuipes หรือชื่อเดิม Paecilomyces tenuipes)
  4. เห็ดถั่งเฉ้าจักจั่น (ว่านจักจั่น) (Isaria sinclairii หรือชื่อเดิม Paecilomyces cicadae)
   เห็ดถั่งเฉ้าเป็นราแมลงในกลุ่ม Ascomycetes ที่มีฤทธิ์ทางยาจากการวิจัยค้นคว้าทางเภสัชวิทยาพบว่า เห็ดถั่งเฉ้าประกอบด้วยสารสำคัญหลายชนิด เช่น โมโนแซคคาไรด์ ไดแซคคาไรด์โพลีแซคคาไรด์ (เบต้า-กลูแคน) คอร์ไดเซปิน กรดคอร์ไดเซปิก อะดีโนซีน กรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด
สรรพคุณของสารสำคัญในถั่งเฉ้า เช่น
  •  โพลีแซคคาไรด์(เบต้า-กลูแคน : β-Glucan) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิคุ้มกันลดระดับน้ำตาลในเลือด มีความน่าจะเป็นในการลดการโตของเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง ยืดอายุและชะลอความเสื่อมของเซลล์
  • คอร์ไดเซปิน(cordycepin) มีฤทธิ์บำรุงไต เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของโลหิต ต้านเชื้อแบคทีเรียก่อโรค
  • กรดคอร์ไดเซปิก(cordycepic acid) ช่วยเพิ่มเมตาโบริซึมของร่างกาย ป้องกันเลือดออกในสมองเกิดลิ่มเลือด โรคหัวใจขาดเลือด และหอบหืด
  •  อะดีโนซีน(adenosine) ช่วยต้านการแข็งตัวของเลือด ต้านการเกิดลิ่มเลือด     
ดักแด้ไหมอายุ 4-6 วัน พร้อมนำมาใส่เชื้อเห็ดถั่งเฉ้าในห้องปลอดเชื้อ
  ถั่งเฉ้าหิมะสร้างเส้นใยคลุมตัวดักแด้ไหม     
          
ถั่งเฉ้าหิมะกำลังเจริญเติบโตเป็นดอกเห็ดบนดักแด้ไหม
      ปัจจุบันกรมหม่อนไหม พบว่าเชื้อเห็ดถั่งเฉ้าหิมะเจริญได้บนดักแด้ไหมไทยพันธุ์นางลายได้ดี และจะมีการวิจัยเพิ่มเติมร่วมกับคณะผู้วิจัยทีมเดิมเพื่อให้ได้วิธีการที่ดีที่สุด และให้สารสำคัญในระดับสูง อีกทั้งมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค เพื่อขอจดอนุสิทธิบัตรถั่งเฉ้าไหมไทย และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกรผลิตและนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่อไป
     ดังนั้น ถ้าการดำเนินการดังกล่าวเสร็จสิ้นก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากแก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายดักแด้ไหม ซึ่งปกติจะจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 120-150 บาท แต่เมื่อนำไปผลิตเป็นถั่งเฉ้าราคาอาจสูงถึงกิโลกรัมละ 10,000 บาท เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากดักแด้ไหมให้กับเกษตรกร และเป็นการสร้างอาชีพใหม่สำหรับผู้สนใจผลิตถั่งเฉ้าเป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ และเป็นโอกาสดีที่คนไทยจะได้บริโภคถั่งเฉ้าไหมไทย โดยฝีมือคนไทยแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ
บรรณานุกรม
ธัญญา  ทะพิงค์แก.(2555) การเพาะเห็ดถั่งเฉ้าเป็นอาชีพ. กรุงเทพฯ:ทูโฟร์ พริ้นติ้ง.
วิโรจน์ แก้วเรือง.2556.รายงานการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเทคโนโลยีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ระหว่างวันที่ 19-29 เมษายน 2556 ณ มหาวิทยาลัยการเกษตรอันฮุย สาธารณรัฐประชาชนจีน.กรมหม่อนไหม 20 หน้า
ที่มา : น.ส.พ.กสิกร ปีที่ 86 ฉบับที่ 5 กันยายน-ตุลาคม 2556 โดย วิโรจน์  แก้วเรือง

วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่ เริ่มใช้ ปี 2557

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่ ปี 2557

 

อ่านบทความพิเศษ เกี่ยวกับปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่ ใครได้ ใครเสีย !!

จาก http://tax.bugnoms.com/journal/discount-pit-tax-rate-2013/

 

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่ ปี 2557

1. รายได้สุทธิ 150,000 บาทแรก ได้รับการยกเว้นภาษีเหมือนเดิม ตามพระราชกฤษฎีกา ( ฉบับที่ 470 ) พ.ศ. 2551

2. รายได้สุทธิ 150,001-300,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 10%  >> 5%

3. รายได้สุทธิ 300,001-500,000 บาท เสียภาษี 10% เหมือนเดิม

4. รายได้สุทธิ 500,001-750,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 20% >>  15%

5. รายได้สุทธิ 750,001-1,000,000 บาท เสียภาษี 20% ตามเดิม

6. รายได้สุทธิ 1,000,001-2,000,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 30% >>  25%

7. รายได้สุทธิ 2,000,001-4,000,000 บาท เสียภาษี 30% ตามเดิม

8. รายได้สุทธิตั้งแต่ 4,000,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 37% >> 35%


***

ลองดูการเปรียบเทียบการคำนวณภาษีฯ จากหลายเงินได้สุทธิ (ฉบับแก้ไข) กันนะคะ


 


โดย PhutaiKaowong

วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

พนักงานบัญชี/เสมียน : 1 อัตรา ทำงานที่เชียงใหม่

พนักงานบัญชี/เสมียน : 1 อัตรา
 ลักษณะงานบันทึกรายการบัญชีพร้อมปรับปรุงบัญชีทุกประเภท, ตรวจสอบความถูกต้องของภาษีขาย ภาษีเงินได้นิติบุคคลถูกหัก ณ ที่จ่าย ,จัดทำแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อยื่นชำระภาษีณ.กรมสรรพากร ทุกวันที่ 15 ของเดือน, ตรวจนับสต็อคสินค้าและรายงานสรุปผลการตรวจนับส่งให้ผจก.แผนกบัญชี, ออกใบเสร็จรับเงินและต้นฉบับใบกำกับภาษีค่าสนับสนุนการขายให้แก่บริษัทคู่ค้าพร้อมติดตามเงินโอน และ งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
 สวัสดิการประกันสังคม  โบนัส  เบี้ยขยัน  ค่าล่วงเวลา   
 เงินเดือน10,000 - 12,000 บาท
 คุณสมบัติผู้สมัครชาย หรือ หญิง   อายุ 20 ถึง 30 ปี
 วุฒิการศึกษา พาณิขย์ ปวช ปวส ปริญญาตรี บัญชี,การเงิน
 ประสบการณ์ 0 ปีขึ้นไป
 
1.มีความรู้พื้นฐานในการใช้โปรแกรมทางบัญชี
2.มีความรู้พื้นฐาน ในการใช้โปรแกรมสำนักงาน MS-Office
3.สามารถทำงานล่วงเวลาได้
 สถานที่ปฏิบัติงานTomco Packaging (Chiangmai) Co.,Ltd ฟ้าฮ่ามวิลเลจ 
 วิธีการสมัครงานมือถือ 081 617 2116 พงศ์ศักดิื์